เวลาที่เกิดคราสบนท้องฟ้า ไม่ว่าจะเป็นสุริยคราสหรือจันทรคราส มนุษย์ทุกยุคทุกสมัยมักมองว่ามันคือเหตุการณ์พิเศษ บางวัฒนธรรมหวาดกลัว บางวัฒนธรรมมองว่าเป็นสัญญาณของเทพเจ้า แต่ในโหราศาสตร์เชิงกรรม คราสคือจุดที่พลังกรรมถูกรวมศูนย์อย่างเข้มข้นที่สุด
คราสเกิดขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลกเรียงตัวในแนวเดียวกันที่จุดโหนดเหนือ–โหนดใต้ มันจึงไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์บนท้องฟ้า แต่เป็นการตอกย้ำเส้นทางกรรมที่เรากำลังเดินอยู่ เหมือนจักรวาลเปิดประตูให้วิญญาณเผชิญหน้ากับเงาของตัวเองโดยตรง
สุริยคราสคือช่วงที่ดวงอาทิตย์ถูกบดบัง แสงแห่งอัตตาและตัวตนดับลงชั่วขณะ เพื่อให้เราเห็นเงาที่ซ่อนอยู่ลึกภายใน บทเรียนของสุริยคราสมักเกี่ยวกับการปรับเส้นทางชีวิตใหม่ บางครั้งเราถูกบังคับให้ปล่อยสิ่งที่ยึดไว้ แม้จะยังไม่พร้อม เพราะเส้นทางวิญญาณกำลังเรียกหาเรา คราสจึงมักสัมพันธ์กับการเริ่มต้นครั้งใหญ่ เหตุการณ์พลิกผันที่เปลี่ยนทิศทางชีวิตไปโดยสิ้นเชิง
จันทรคราสในทางกลับกันคือช่วงที่ดวงจันทร์ถูกบดบัง สัญลักษณ์ของความทรงจำและอารมณ์ถูกเปิดเผย เงาที่เราซ่อนอยู่ในใจถูกดึงออกมาให้เห็นชัด กรรมที่ซ่อนอยู่ในครอบครัว ความสัมพันธ์ หรือความรู้สึกเก่าถูกกระตุ้นให้เราต้องเผชิญหน้า จันทรคราสจึงมักเป็นเวลาแห่งการปล่อยวาง การปลดแอกความผูกพันที่เก็บมานาน และการเยียวยาหัวใจ
ทั้งสุริยคราสและจันทรคราสจึงเป็นช่วงเวลาที่ไม่ควรมองข้าม ในแผนที่ชีวิตส่วนตัว ถ้าคราสตกกระทบกับดาวเคราะห์หรือจุดสำคัญในดวงชะตา เหตุการณ์ในชีวิตมักเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เหมือนจักรวาลมากดปุ่มเร่งกรรม ให้เรื่องราวที่ควรเกิดในอีกหลายปีมารวมกันในช่วงเวลาเดียว
คราสทำงานเป็นคู่ สุริยคราสหนึ่งครั้ง จะตามมาด้วยจันทรคราสในราศีตรงข้ามภายในสองสัปดาห์ เหมือนจักรวาลกำลังพูดสองฝั่งภาษา ภาษาแรกคือการเริ่มต้น ภาษาอีกด้านคือการปล่อยวาง เราจึงเห็นว่าคราสไม่ใช่เพียงการดับแสง แต่เป็นจังหวะของการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ในระดับจิตวิญญาณ
การตามรอยคราสในดวงกำเนิดมีความหมายลึกมาก คราสที่ตรงกับโหนดเหนืออาจบอกถึงการเปิดประตูไปสู่เส้นทางใหม่ที่วิญญาณเลือกไว้ก่อนเกิด ส่วนคราสที่ตรงกับโหนดใต้คือการเปิดเผยร่องรอยเก่าที่เราต้องปล่อย คราสจึงไม่ใช่แค่เหตุการณ์ แต่คือกุญแจที่ไขเข้าไปสู่ห้องเก็บกรรมในใจเรา
คราสคือการเชื่อมระหว่างแสงและเงา ระหว่างสิ่งที่เรายอมรับกับสิ่งที่เราปฏิเสธ เมื่อเงามาบดบังแสง เราจึงถูกบังคับให้เห็นตัวเองชัดขึ้น ช่วงเวลานี้จึงเหมาะกับการตั้งเจตนา ทำสมาธิ หรือทำพิธีกรรมปลดปล่อย เพราะพลังของจักรวาลกำลังเข้มข้นที่สุด
ผู้คนบางคนกลัวคราส เพราะมันมักนำการเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึง แต่ในเชิงกรรม นั่นคือการเร่งให้เราโตเร็วขึ้น แม้จะเจ็บปวด แต่ก็ทำให้เราเดินทางต่อไปได้เร็วขึ้น ความกลัวจะลดลงเมื่อเราเข้าใจว่าคราสไม่ใช่การลงโทษ แต่คือการนัดหมายของวิญญาณที่เราเองเป็นผู้เซ็นสัญญาไว้ตั้งแต่แรก
ทุกครั้งที่คราสเกิดขึ้นบนท้องฟ้า เราจึงควรถามตัวเองว่า—สิ่งใดที่ถึงเวลาเริ่มใหม่ และสิ่งใดที่ถึงเวลาปล่อยไป เพราะในเงาของคราส กรรมเก่ากำลังถูกเผา และเส้นทางใหม่กำลังถูกเปิดออกเสมอ
Line : @horomagick
>> https://lin.ee/E6cTL1k
หมายเหตุ:
ข้อความและรูปภาพบนเว็บไซต์นี้ ห้ามนำไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ โดยไม่ได้รับอนุญาต










