ตำนานรักแห่งดวงดาว

สุขสันต์วันทานาบาตะ (Tanabata / 七夕) วันแห่งความรักของประเทศญี่ปุ่น ตรงกับวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี มีต้นกำเนิดดั้งเดิมมาจากนิทานเรื่อง 7 นางฟ้าของประเทศจีน กลายมาเป็นเรื่องราวความรักของ “สาวทอผ้า” กับ “หนุ่มเลี้ยงวัว และเกี่ยวข้องกับ 3 กลุ่มดาวบนท้องฟ้า ได้แก่ กลุ่มดาวพิณ กลุ่มดาวหงส์ และกลุ่มดาวนกอินทรีย์

นางฟ้า “โอริฮิเมะ” (Orihime) หรือ “เวกา” (Vega) เป็นลูกสาวของเทพผู้ครองสวรรค์ เธองดงาม ขยันขันแข็ง และเป็นที่เลื่องลือในหมู่เทพเรื่องฝีมือการทอผ้าที่งดงามวิจิตร สวยงามและประณีตไม่เหมือนใคร พ่อของเธอราชาแห่งท้องฟ้า Tentei ชอบสวมใส่เสื้อผ้าที่ลูกสาวตัดเย็บให้

เนื่องจากพ่อของเธอชื่นชอบเสื้อผ้าของเธอ โอริฮิเมะจึงทำงานอย่างหนักเพื่อสานสิ่งใหม่ๆ และมหัศจรรย์ทุกวัน ขณะที่เธอชอบเห็นพ่อของเธอมีความสุข แต่เธอก็รู้สึกเศร้าและเหงาเช่นกัน เธอจึงใช้เวลาไปกับการทอผ้าเสียแทบไม่หยุดพัก บิดาของเธอเห็นก็เป็นห่วงและสงสาร ไม่อยากให้เธอทอผ้าอย่างเดียวไปตลอดชีวิต จึงคิดจะหาคู่ครองให้ และจัดพิธีเลือกคู่ให้กับโอริฮิเมะ

ในพิธีเลือกคู่ มีชายหนุ่มมากหน้าหลายตามาให้โอริฮิเมะได้เลือกสรร แต่ชายหนุ่มที่โอริฮิเมะถูกใจกลับเป็นเพียงแค่ชายเลี้ยงวัวธรรมดา ๆ นามว่า “ฮิโกโบชิ” (Hikoboshi) หรือ “อัลแตร์” (Altair) ทั้งสองตนตกหลุมรักกันตั้งแต่วินาทีแรกที่สบตา เทพผู้เป็นบิดาเมื่อเห็นว่าทั้งสองถูกตาต้องใจกันจริง ก็ได้จัดให้ทั้งสองแต่งงานกันสมดังใจปรารถนา แต่ทว่า ปัญหาก็เกิดขึ้น…

เมื่อได้ใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว ทั้งสองคนต่างก็ลุ่มหลงอยู่ในความรักจนไม่เป็นอันทำการทำงาน โอริฮิเมะละเลยการทอผ้าของเธอ และฮิโกโบชิก็ปล่อยให้วัวของเขาท่องไปในสวรรค์ ก่อความเดือดร้อนให้แก่เหล่าเทพอย่างมาก ราชาแห่งท้องฟ้ารู้สึกโกรธต่อการละเลยหน้าที่ของทั้งคู่ จึงลงโทษทั้งสองให้แยกจากกัน โดยกั้นขวางด้วยแม่น้ำแห่งช้างเผือกเอาไว้

เมื่อทั้งสองต้องแยกจากกัน โอริฮิเมะก็เศร้าโศกเสียใจจนไม่อาจทอผ้าให้สวยงามได้ดังเดิม ความหดหู่ไร้ชีวิตชีวาของเธอทำให้ผู้เป็นบิดาเกิดความสงสารอีกครั้ง จึงยอมใจอ่อนให้ทั้งสองได้พบกันปีละครั้ง ในวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี แต่มีเงื่อนไขว่า ทั้งโอริฮิเมะและฮิโกโบชิต้องกลับมาทำงานอย่างขยันขันแข็งเหมือนเดิม

อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาที่ได้มาพบกัน ทั้งสองคนก็ไม่อาจข้ามทางช้างเผือกมาพบกันได้ ทำได้แค่เพียงเจอหน้ากันอยู่คนละฟากฝั่งของทางช้างเผือกเท่านั้น เพราะไม่มีสะพานข้ามแม่น้ำสวรรค์ โอริฮิเมะทรุดโทรมและร้องไห้ด้วยน้ำตาอันขมขื่น ความปวดร้าวของเธอนั้นยิ่งใหญ่มาก ฝูงนกกางเขนได้ยินเสียงเธอร้องไห้ และสร้างสะพานด้วยปีกของมัน ทำให้โอริฮิเมะข้ามแม่น้ำและเห็นฮิโกโบชิได้ นกยังให้สัญญา: จะกลับมาทุกวันที่ 7 ของเดือนที่ 7 เพื่อเป็นสะพานให้คู่รัก

โอริฮิเมะเป็นตัวแทนของดาวเวก้า ฮิโกโบชิคือดาวอัลแทร์ แม่น้ำสวรรค์ก็คือทางช้างเผือก การบรรจบกันของดาวทั้งสองดวงนี้ ทำให้เกิดตำนานที่สร้างเทศกาลทานาบาตะขึ้นมาก่อน ตัวอักษรสำหรับทานาบาตะหมายถึง “เย็นวันที่เจ็ด” อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นการอ้างอิงเชื่อมโยงไปยังวันที่ 7 ของเดือนที่ 7 ที่กล่าวถึงในตำนาน

มนุษย์ใช้เหตุการณ์แห่งความสุขไม่เพียงเพื่อสรรเสริญดาวสองดวงเท่านั้น แต่ยังส่งความปรารถนาของตนไปสู่สวรรค์ด้วย ประเพณีที่มีชื่อเสียงที่สุดอย่างหนึ่งของเทศกาลทานาบาตะคือ การเขียนคำอธิษฐานลงบนกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่เรียกว่า ทันซาคุ ซึ่งจากนั้นจะปักหมุดหรือแขวนไว้บนไม้ไผ่ ประดับความปรารถนามากมาย และนำไปลอยแม่น้ำหรือเผาหลังเทศกาล

ในคืนวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี (หากฝนไม่ตก) เราจะมองเห็นางช้างเผือก ขั้นกลางอยู่ระหว่างดาวเวกา ในกลุ่มดาวพิณ กับดาวอัลแตร์ ในกลุ่มดาวนกอินทรีย์ ขณะเดียวกันเราจะเห็นดาวเดเนบ ในกลุ่มดาวหงส์ อยู่ตรงกลางทางช้างเผือก ทำหน้าที่เสมือนเป็นสะพานเชื่อมให้ดาวทั้งสองดวงได้มาพบกัน

เมื่อลากเส้นเชื่อมดวงดาวสว่างทั้งสามดวงข้างต้น จะมีลักษณะเป็นสามเหลี่ยม เมื่อใดที่เรามองเห็นสามเหลี่ยมนี้ในช่วงหัวค่ำทางด้านทิศตะวันออก นั่นหมายความว่า ฤดูร้อนได้ย่างกรายเข้ามาแล้ว จึงทำให้นักดาราศาสตร์เรียกสามเหลี่ยมนี้ว่า สามเหลี่ยมฤดูร้อน นั่นเอง

#อ่านดาวเล่าดวง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *